to be Contractor-01

Contractor (ผู้รับเหมา) คำๆนี้มันยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันเป็นเรียกรวมๆ สำหรับหลายๆกิจการ แต่กิจการที่ดูจะเป็น Hilight ที่สุดที่เวลาใช้คำๆนี้จะหมายถึง ณ เวลานี้ นั้นคือ “ผู้รับเหมาก่อสร้าง”

CHAPTER 01

ตั้งใจเขียนบทความ “to be Contractor” นี้เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวเก่าๆ และลำดับความทรงทั้งด้านดี และไม่ดี ในเส้นทางกว่าจะมาเป็นผู้รับเหมา ในแบบของผม

ผมถูกปลูกฝังคำๆนี้เข้ามาในหัวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ด้วยครอบครัวของผมดำเนินธุรกิจทางด้านรับเหมาก่อสร้างมาเช่นกัน ในวัยที่กำลังจะสอบเอ็นทรานซ์(สมัยนี้ยังเรียกคำนี้ไหม) ประมาณปี 1990 ยังไงๆ ก็ต้องเลือกทางด้านวิศวะ และสถาปัตย์ไว้ก่อน ชีวิตหักเหไปสอบติดบริหารธุรกิจ เรียนมาได้ 1 ปี ชีวิตกลับเข้ามาสู่เส้นทางเดิมอีกครั้ง โดยสอบเข้าได้ วิศวกรรมโยธา สถาบันที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้ ช่วงนี้ชีวิตเลยกลับมาเดินบนถนนสู่ Contractor อีกครั้ง

ชีวิต 4 ปีในมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีการร่ำเรียนวิชาที่จะสอนให้มาเป็นผู้รับเหมาซักเท่าไร มีแต่เฉียดไปเฉียดมา ความรู้ในตอนนั้นประกอบอาชีพรับเหมาไม่ได้หรอก ดูโง่มาก แต่ด้วยความที่เราเรียนในภาควิชาวิศวกรรมโยธา ซึ่ง Main Idea ของภาควิชานี้เลยคือเรื่องความสมดุล และนักศึกษาเพื่อนๆกันก็พอจะเข้าใจว่าสิ่งที่อาจารย์ให้มาในการเรียนคณะนี้ไม่ใช่เพียงวิชาการ ที่สามารถทำให้เราออกแบบอาคารโครงสร้างๆต่างๆได้อย่างถูกหลักแล้ว แต่ความสมดุลนี้ต่างหากที่พวกเราจะต้องเอาไป Apply เข้ากับ Life Style และ Job Description ของแต่ละคน

ข้อความต่างๆที่เขียนใน Blog นี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่สามารถนำอ้างอิง หรือนำมาเป็นตัวอย่างใดๆได้ทั้งหมด แต่ขึ้นกับวิจารณญาณของผู้อ่านล้วนๆ

งานยาก และน่าเบื่อ

25550824-221143.jpg

งานที่สาขา แพลตินั่ม เป็นสาขาที่น่าเบื่อมาก เนื่องจากเวลาทำงานที่จำกัด เข้างานยาก ค่าจอดรถแพง รวมถึงต้องกั้นพื้นที่ทำงานหลายเฟส
ดังนั้นหากต้องการให้งานออกมาดีๆ..อย่าหวัง ส่วนตัวแล้วก็ไม่ค่อย Happy กับมันเท่าไร ดันๆให้งานมันจบ ไม่มีช่างคนไหนอยากทำงานไซต์งานนี้ ต้องเข็นกันมาทำงานเลยทีเดียว ไม่เท่านั้นยังต้องแถมเพิ่มเงินให้อีกทั้งๆที่ BOQ มีราคาอยู่เพียงน้อยนิด
ที่บ่นมาทั้งหมด..นี่แหละเหตุผลที่โคตรเซ็ง

เจออีกแล้ว น้ำดื่มเกินราคา

จากข่าวในไทยรัฐ

พาณิชย์ เลื่อนใช้กฎหมายจับผู้ค้าไม่ขายน้ำดื่มตามราคาแนะนำเป็น 1 ก.ย.นี้ จากเดิม 16 ส.ค. ซ้ำใช้ 2 มาตรฐานคุมราคา ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องขาย 7-14 บาท แต่โรงหนัง ฟาสต์ฟูด ผับ โรงแรม รอดตัว…

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยมาตรการดูแลให้ผู้ประกอบการขายน้ำด่ืมบรรจุขวดใส (เพท) ตามราคาแนะนำว่า กรมจะขยายเวลาการใช้มาตรการตรวจจับ ผู้ค้าที่ไม่ขายน้ำด่ืมขวดใสตามราคาแนะนำที่กรมประกาศ ออกไปเป็นวันที่ 1 ก.ย.นี้ จากเดิมวันที่ 16 ส.ค. รวมถึงกำหนดร้านค้าที่เข้าข่ายต้องขายตามราคาแนะนำ เพราะจากการลงพื้นที่สำรวจร้านค้า และพื้นที่ขายน้ำดื่มพบผู้ค้าส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่ากรมจะดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่ขายตามราคาแนะนำ รวมถึงไม่ทราบราคาแนะนำขายปลีกที่กรมกำหนด โดยราคาขายปลีกน้ำดื่มขวดเพท ขนาด 500-600 ซีซี ไม่เกินขวดละ 7 บาท และขนาด 1.5 ลิตร ไม่เกิน 14 บาท

ทั้งนี้หากถึงวันที่ 1 ก.ย.นี้แล้ว ยังพบการขายน้ำดื่มเกินราคาแนะนำอีก จะจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากพบเห็นการจำหน่ายน้ำดื่มเกินราคาแนะนำสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดในท้องที่

นอกจากนี้ กรมยังได้ทบทวนกลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการที่ต้องขายน้ำดื่มบรรจุขวดตาม ราคาแนะนำใหม่ด้วย เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องขายตามราคาแนะนำ จะเน้นกลุ่มร้านซื้อมาขายไป ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสมัยใหม่ ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชห่วย สถานีขนส่ง โรงพยาบาล และศูนย์อาหาร (ฟูดส์ คอร์ท) เพราะกลุ่มนี้มีต้นทุนการประกอบการน้อย และประชาชนนิยมซื้อเพื่อบริโภคจำนวนมากเกิน 80% ของยอดขายรวมทั้งหมด

ส่วน กลุ่มที่เป็นสถานบริการ เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ภัตรคาร ผับ คาราโอเกะ เธค โรงแรม ร้านอาหารแบรนด์เนม และฟาสต์ฟู้ด ยังไม่เข้าไปตรวจจับ เพราะผู้ประกอบการอ้างมีต้นทุนแฝงและต้นทุนการบริการอื่นๆ รวมอยู่ เช่น ค่าพนักงาน ค่าการตลาด จึงมึต้นทุนสูงกว่าร้านขายน้ำดื่มทั่วไป ดังนั้นกรมจะเชิญผู้ประกอบการกลุ่มนี้มาหารืออีกครั้ง เพื่อขอความร่วมมือถึงความเป็นไปได้ในการลดราคาจำหน่ายน้ำดื่ม

ขณะ ที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ประชาชนที่ร้องเรียนปัญหาการจำหน่ายน้ำดื่มราคาแพง ส่วนใหญ่เป็นตามร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ด โรงภาพยนตร์ ผับ ภัตตาคาร ที่ขายขนาด 500-600 ซีซี ขวดละ 10-30 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังเข้าไปดูแลไม่ได้ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ผ่านมาได้ขายตามราคาปกติอยู่แล้ว จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาให้ถูกจุด

Drinking Waterเมื่อวานนี้เจอที่ Lotus ศาลายา ขึ้นป้าย ราคาน้ำเปล่า 600 cc.ไม่แช่เย็น 7 บาท แช่เย็น 10 บาท ผมเลยลองเดินเข้าไปซื้อทำแบบไม่รู้เรื่อง “น้ำเปล่าขวดนึงครับ” …คนขายใน Foodcourt ก็หยิบน้ำเปล่าแบบแช่เย็นมาให้ และรูดบัตรไป 10 บาท โดยไม่ถามว่าเอาแบบไหน คงถือว่าให้อ่านเอาเองละกัน ผมเองไม่ได้ติดใจกับเรื่องน้ำราคาเกิน 7 บาท แต่รู้สึกทุเรศกับการที่เราออกกฎหมายมาแล้วก็มีช่องว่างให้ร้านค้าต่างๆ พยายามที่จะเลี่ยงบาลี ในการขายสินค้าให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จริงๆแล้ว ทางรัฐบาลเองถ้าคิดวิธีที่จะควบคุมไม่ได้ ก็อย่างพึ่งออกกฎหมาย หรือไม่ก็ศึกษาให้ดีเสียก่อน และหาช่องที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการที่พยายามหาข้อเลี่ยงฎหมายแบบนี้ ผมไปในแต่ละห้างฯ แต่ละที่ก็จะมีวิธีการต่างๆนาๆ เลยทำให้ตกลงแล้ว ใครฉลาดกว่าใคร ใครควบคุมใคร??

ร้านโชว์ห่วยคิดไม่ทัน แถมกำไรแทบไม่มี ขึ้นราคาแบบไม่มีเทคนิคปุ๊บ โดนจับทันที แต่พวกห้างฯ ทั้งๆที่มีกำลังซื้อมากกว่า และสามารถซื้อน้ำได้ในราคาที่ถูกกว่า หรือ มีดีลที่ดีกว่า กลับ มีวิธีการที่ Classic กว่า เลยไม่โดนจับหรือ ตกลงแล้วใครที่ใหญ่กว่าถือว่าไม่ผิด ไอ้พวกที่จนๆคิดไม่ทันก็ปรับมันซะ …

สั่งซื้อวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ยากขึ้นทุกวัน

จากผลพวงเศรษฐกิจซบเซาช่วงหลายปีที่ผ่านมา งานก่อสร้างต่างชลอตัว ไม่คึกคักเหมือนช่วงปี 2538 ที่บูมสุดขีด มีการขยายตัวทุก Sector แต่ช่วงนี้แทบจะนับโครงการใหญ่ๆกันได้เลย ดังนั้นผู้รับเหมาเองก็ต้อง Dump ราคาเพื่อให้ต่อสู้กับคู่แข่งให้ได้ อีกทั้งยังต้องคอยดูแลคนงานก่อสร้างซึ่งเปรียบเสมือนแขนขาของเรา และไม่เพียงแต่บริษัทผู้รับเหมาเท่านั้น ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเองก็มีปัญหา ต้องลดราคาอย่างมากเพื่อเรียกกระแสเงินสดกลับเข้ามาในระบบให้ได้ งดเครดิต ทำให้ยอดขายหดตัว

สำหรับวันนี้ โครงการก่อสร้างระดับกลางกำลังมีปัญหา เนื่องจากผู้ผลิต และผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างในประเทศเรากำลังมองหาตลาดส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไปยังประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก ทำให้หลายโครงการก่อสร้างในระดับกลาง ต้องชะงักกลางคัน เนื่องจากไม่สามารถสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างบางชนิดได้ เนื่องจากสต๊อกที่มีอยู่ถูกส่งไปจำหน่ายยัง ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฯลฯ ทั้งนี้วัสดุก่อสร้างบางตัว ต้องสั่งซื้อล่วงหน้าเป็นเดือน ดังนั้นผู้ประกอบรับเหมาก่อสร้าง อาจต้องมอง Timing ในส่วนนี้ และเงินทุนสำรองในการมัดจำค่าวัสดุล่วงหน้าดังกล่าวนี้ด้วย

อาชีพรับเหมากับการเอาเปรียบ ตอนที่ 2

คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า คนที่ทำอาชีพผู้รับเหมาจะต้องเจนจัด กะล่อน มีวิธีพูดต่างๆนาในการทำให้คนหลงเชื่อ และยอมจ่ายเงิน วันนี้ลองมาฟังความคิด ความเห็นของคนเป็นผู้รับเหมาน้ำดีบ้างไหม

จากประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างโชกโชน ไม่สามารถที่จะทำให้เราสามารถหักล้างความเป็นเพื่อนได้ หลายๆครั้งที่ผมต้องทำงานให้กับเพื่อน ความเกรงใจจะเกิดขึ้นทันที กลัวว่าเพื่อนจะหาว่าเราคิดราคาแพง กลัวว่าเราคิดถูกจนเกินไป แล้วถ้าขาดทุนเพื่อนๆจะไม่ช่วย หลายๆคนที่เป็นผู้รับเหมา คงจะประสบกับเหตุการอย่างนี้มากันบ่อยๆ ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผมรับเหมางานกับเพื่อนก็คือ

  1. ต้องรักกันมาก
  2. ต้องยอมที่จะสามารถทำงานให้ฟรีๆได้เลย

2 ปัจจัยนี้ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม …เพราะว่า

ไม่เคยมีลูกค้ารายไหนที่จะเข้าใจว่าผู้รับเหมากำลังทำดี และพยายามประหยัดเงินให้

ดังนั้นอย่าฝันว่าเพื่อนจะเข้าใจ ผมมีประสบการณ์ทำงานให้เพื่อนมาหลายคน ผิดหวังตลอด และคนที่เจ็บคือตัวของเราเอง

รายล่าสุดเป็นเจ้าของร้านอาหารประเภทหนึ่ง ตอนเริ่มทำงานบอกกับเราว่าไปเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีกับผู้รับเหมารรายเก่า เราไปเห็นกับตามแล้วก็เออออ ตามไป จนกระทั่งวันนึงพลาดเข้ามาอยู่ในวังวน ของการรับเหมางานกับเพื่อนอีกแล้ว ทั้งๆที่บอกเขาไปว่าไม่อยากทำให้เพื่อนๆ และไม่เคยคิดว่าจะมีปัญหากับรายนี้ แต่แล้วเหตุการณ์ก็เกิดขึ้น เริ่มต้นจากงานที่เซ็นทรัล พลาซ่า รัตาธิเบศร์ ส่วนของงานปรับอากาศ ซึ่งเป็นงานที่ผมไม่ถนัด และผมพยายามที่จะให้มืออาชีพเข้าไปทำงานให้แทน โดยเรียกค่าใช้จ่ายมา 3xx,xxx บาทซึ่งผมไม่มีผลประโยชน์ด้วยเลย แม้แต่บาทเดียว แต่ถึงกระนั้นเอง เพื่อนคนนี้ก็ยังสามารถหาอาเจ็ก อาแปะว่าตีราคางานหลังจากที่ทำเสร็จแล้ว และบอกว่า 70,000 ก็ทำได้….โครตงงเลย กับเรื่องอย่างนี้ …แล้วเมิงจะจ้างกรูทำไมวะ ไม่ไปจ้างไอเจ็กคนนั้นล่ะ แล้วก็มาด่าว่าเรา หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมาภายหลังอีกมากมาย ที่แสนจะสุดเซ็งกับเพื่อนคนนี้ เพื่อนคนที่เคยคิดว่าสนิทกันจนไม่สามารถเป็นอุปสรรคกับงานได้ แต่แล้วสุดท้ายถึงขึ้นฟ้องร้องกัน

จบลงกันที่เขายอมชำระเงินบางส่วน ซึ่งผมก็ยอมให้เรื่องจบ…. แต่ยังหรอกมันยังไม่จบเท่านั้น เรื่องราวต่างๆ ยังมีอีกเยอะ และปัญหาที่เกิดขึ้นกับเพื่อนคนนียังมีอีกเยอะ เรื่องราวของผู้รับเหมายังต้องมาเล่ากันอีกนาน ….โปรดติดตาม

อาชีพรับเหมากับการเอาเปรียบ ตอนที่ 1

อาทิตย์นี้ว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอาชีพรับเหมา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของผม และเป็นอาชีพที่อยู่ในใจมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ผ่านปัญหามากมายมากว่า 14  ปี วันนี้มาเขียนเรื่องราว ของอาชีพรับเหมาในแง่มุมกลับ ทั้งๆหลายๆคนจะมีประสบการณ์ ที่ไม่ดีกับบรรดาผู้รับเหมามามากก็ตาม แต่ผมอยากจะบอกว่า มีอีกหลายมุมที่คนทั่วไปยังไม่รู้ วันนี้มาตีแผ่ในมุมของผู้รับเหมาบ้างดีกว่า

อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เป็นอาชีพที่หอมหวลมากสำหรับ ผู้ที่ต้องการที่จะรวยเร็วๆ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา จนบูมสุดขีดเมื่อตอนปี 2538 ถึงขนาดไม่ต้องมีความรู้ แค่เพียงหาคนงานมาทำงานได้ ก็สามารถกอบโกยผลประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ แต่ในช่วงปี 2540 ผู้รับเหมาหลายรายถึงกับตกเหวลงมาเนื่องจากพิษเศรษฐกิจ แต่ถึงเศรษฐฏิจจะตกอย่างไร บรรดาผู้รับเหมา หรือผู้ที่สนใจอาชีพนี้ก็ยังไม่ย่อท้อ มุมที่ผมจะพูดถึงนี้เป็นมุมของวิศวกรคนนึงที่ผันตัวเองมารับเหมาก่อสร้างเดินตามรอยพ่อของตัวเอง ไม่นับรวมถึงบริษัทรับเหมาใหญ่ๆ ที่มี Connection ดีๆ อันนี้ละไว้ก่อน

ตั้งต้นจากตัวเองก่อน….

ผมเป็นวิศวกรที่เรียบจบมาจากสถาบันชื่อดังทางด้านวิศวกร เมื่อประมาณ 14 ปีก่อน ขณะนั้นวิศวกรเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก เราเองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายๆบริษัทต้องการตัว

ไม่สิ…เราไม่ต้องการเงิน เราต้องการประสบการณ์

ความคิดเริ่มต้นของการมุ่งมั่นที่จะเป็นวิศวกรที่ดี และวางแผนต่อเนื่องที่จะเป็นผู้รับเหมาในอนาคต จึงคิดเริ่มงานที่จะเป็นงานก่อสร้างอาคารสูง โดยสนใจงานที่ต้องประสานงานกับคนอื่นๆหลายๆคน เพื่อที่จะพัฒนา และฝึกฝนทักษะในการบริหารงาน และที่สำคัญจะต้องเลือกบริษัทที่ไม่ใหญ่มากนัก และมีงานให้เราทำเยอะๆ สากเบือยันเรือรบ

ผ่านมา 2 ปี บวกกับเศรษฐกิจปี 40 ผันชีวิตตัวเองมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง แบบเด็กๆ อายุประมาณ 24 ปี กับประสบการณ์ที่ตัวเองคิดว่ายิ่งใหญ่ แต่จริงๆแล้วมันน้อยนิด…..ก็ล้มลุกคลุกคลานกันไป เวลาผ่านไปอีก 5 ปี ก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รับเหมางานที่ไฮคลาสขึ้น แต่ว่าก็ต้องเจอกับปัญหาที่มันไฮคลาสตามมา….

โพสหน้าจะเริ่มเข้าเรื่องแล้วว่า การที่ผู้รับเหมาถูกเอาเปรียบนั้นถูกเอาเปรียบอย่างไร โปรดติดตาม…